กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/7786
ชื่อเรื่อง: การวิเคราะห์ความเที่ยงตรงและความไม่แปรเปลี่ยนของโมเดลเชิงสาเหตุของกิจกรรมทางกายของนักศึกษามหาวิทยาลัย
ชื่อเรื่องอื่นๆ: Vlidtion nd invrince nlysis of cusl model mong physicl ctivity in university students
ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: นฤพนธ์ วงศ์จตุรภัทร
เสกสรรค์ ทองคำบรรจง
กิตติมา เทียบพุฒ
มหาวิทยาลัยบูรพา. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
คำสำคัญ: การออกกำลังกาย
โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ
ความเที่ยง
มหาวิทยาลัยบูรพา -- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการกีฬา
วันที่เผยแพร่: 2561
สำนักพิมพ์: คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยบูรพา
บทคัดย่อ: การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตรวจสอบความเที่ยงตรงและความไม่แปรเปลี่ยนของโมเดล ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของกิจกรรมทางกายของนักศึกษามหาวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย อายุระหว่าง 18-25 ปี จำนวน 400 คน เป็นเพศชาย 188 คน และเพศหญิง 212 คน ที่ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือในการวิจัยใช้แบบสอบถาม 6 ฉบับ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ตรวจสอบความเที่ยงตรงของโมเดลและความไม่แปรเปลี่ยนของโมเดลโดยเทคนิคการ วิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างผลการวิจัยพบว่า 1) ความสัมพันธ์ของโมเดลมีค่าอยู่ระหว่าง 0.21-0.57 เป็นความสัมพันธ์ในระดับต่ำ จำนวน 8 คู่ ความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง จำนวน 32 คู่และความสัมพันธ์ในระดับสูง จำนวน 16 คู่, 2) โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกายตามสมมติฐานข้อที่ 1 และสมมติฐานข้อที่ 2 มีความสอดคล้องเชิงประจักษ์ในระดับดี โดยโมเดล ตามสมมติฐานข้อ 2 สอดคลอ้งกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ดีกว่าโมเดลตามสมมติฐานข้อที่ 1, 3) ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุตามโมเดลสมมติฐานข้อที่ 1 ทัศนคติต่อกิจกรรมทางกาย (APA) ส่งอิทธิพลทางตรงต่อพฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกาย (PAB) ส่วนการสนับสนุนทางสังคม (SS) และสิ่งแวดล้อมบริเวณรอบตัว (NS) ส่งอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อพฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกาย (PAB) ขนาดอิทธิพลรวมเท่ากับ 0.19** 0,55**และ 0.33** ตามลำดับ ส่วนการรับรู้ความสามารถการเรียนรู้ทางกาย (PPL) ส่งอิทธิพลทางอ้อมขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.12** ตัวแปรทั้งหมดร่วมกันอธิบายความแปรปรวน พฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกาย (PAB) ได้ร้อยละ 62 ส่วนโมเดลสมมติฐานข้อที่ 2 การรับรู้ความสามารถ การเรียนรู้ทางกาย (PPL) และทัศนคติต่อกิจกรรมทางกาย (APA) ส่งอิทธิพลทางตรงต่อพฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกาย (PAB) ขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.82**และ 0.12** ตามลำดับ ส่วนการสนับสนุนทางสังคม (SS) กับสิ่งแวดล้อมบริเวณรอบตัว (NS) ส่งอิทธิพลทางอ้อมต่อพฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกาย (PAB) ขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.57** และ 0.34** ตามลำดับ ตัวแปรทั้งหมดร่วมกันอธิบายความแปรปรวน พฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกาย (PAB) ได้ร้อยละ 76, 4) โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกายไม่แปรเปลี่ยนระหว่างเพศชายและเพศหญิง สรุปผลโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกายมีความเที่ยงตรง เชิงโครงสร้าง โมเดลสามารถนำ ไปใช้กับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้กับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยได้
รายละเอียด: ดุษฎีนิพนธ์ (ปร.ด.)--มหาวิทยาลัยบูรพา, 2561
URI: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/7786
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:วิทยานิพนธ์ (Theses)

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
แฟ้ม รายละเอียด ขนาดรูปแบบ 
Fulltext.pdf2.04 MBAdobe PDFดู/เปิด


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น