กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/848
ระเบียนเมทาดาทาแบบเต็ม
ฟิลด์ DC ค่าภาษา
dc.contributor.authorสมถวิล จริตควรth
dc.contributor.authorสุดารัตน์ สวนจิตรth
dc.contributor.authorเศรษฐวัชร ฉ่ำศาสตร์th
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยบูรพา. คณะวิทยาศาสตร์
dc.date.accessioned2019-03-25T08:54:47Z
dc.date.available2019-03-25T08:54:47Z
dc.date.issued2552
dc.identifier.urihttp://dspace.lib.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/848
dc.description.abstractการศึกษาครั้งนี้ได้คัดแยกจุลินทรีย์ทะเลกลุ่มทรอสไคตริดส์จากใบไม้ป่าชายเลนที่ร่วงหล่นบริเวณป่าชายเลน จังหวัดฉะเชิงเทรา จากจำนวนพันธุ์ไม้ทั้งหมด 5 ชนิด พบทรอสโทไคตริดส์ ทั้งสิ้น 687 ไอโซเลท สามารถจัดจำแนกตามลักษณะทางสัณฐานวิทยาได้ 2 สกุล 3 ชนิด ได้แก่ Aurantiochytrium mangrovei (Schizochytrium mangrovei), Aurantiocgytrium limacinum (Schizochytrium limacinum) และ Ulkenia visurgensis โดยชนิดที่พบมากที่สุดคือ A.mangrovei รองลงมาคือ A.limacinum และ Ulkenia visurgensis ตามลำดับ เมื่อพิจารณาพันธุ์ไม้ป่าชายเลนแต่ละชนิด พบว่าตาตุ่มทะเลมีเปอร์เซ็นต์การพบทรอสโทไคตริดส์ (Frequency of Occurrence) สูงสุดเท่ากับร้อยละ 43 รองลงมาคือแสมทะเล (ร้อยละ 39) โพทะเล (ร้อยละ 35) โกงกางใบใหญ่ (ร้อยละ 34) และโกงกางใบเล็ก (ร้อยละ 27) ตามลำดับ โดยพบ A. mangrovei สูงสุดที่ใบแสมทะเล (53.33%) และ A. limacinum พบสูงสุดที่ใบโกงกางใบใหญ่ (38.33%) ส่วน Ulkenia visurgensis พบสูงสุดที่ใบโกงกางใบเล็ก (18.33%) สำหรับกรดไขมันชนิดเด่น ๆ ที่พบในทรอสโทไคตริดส์ พบว่า A. limcainum มีปริมาณดีเอชเอสูงเท่ากับ 0.93-197.02 มิลลิกรัม/กรัมน้ำหนักแห้ง (0-42.44%) ของกรดไขมันทั้งหมด) และ A.mangrovei มีดีเอชเออยู่ในช่วง 5.12-195.18 มิลลิกรัม/กรัมน้ำหนักแห้ง (2.76-41.14%) ของกรดไขมันทั้งหมด) ส่วนเออาร์เอและอีพีเอพบค่อนข้างมากใน U. visurgensis โดยมีค่าอยู่ในช่วง 0-6.93 มิลลิกรัม/กรัมน้ำหนักแห้ง (0-10.48% ของกรดไขมันทั้งหมด) และ 0-2.63 มิลลิกรัม/กรัมน้ำหนักแห้ง (0-3.24% ของกรดไขมันทั้งหมด) ตามลำดับ ดีพีเอพบสูงใน A. limacinum และ A. mangrovei ที่มีค่าใกล้เคียงกัน โดยมีค่าอยู่ในช่วง 0-35.19 มิลลิกรัม/กรัมน้ำหนักแห้ง (0-9.46% ของกรดไขมันทั้งหมด) และ 0-40.58 มิลลิกรัม/กรัมน้ำหนักแห้ง (0-11.92% ของกรดไขมันทั้งหมด) ตามลำดับ ส่วนมวลชีวภาพของทรอสโทไคตริดทั้ง 3 ชนิด พบว่า A. mangrovei มีสูงสุด (6.05-21.55 กรัม/ลิตร) รองลงมาคือ A.limacinum และ U. visurgensis มีค่าอยู่ในช่วง 3.83-21.18 กรัม/ลิตร และ 6.73-19.86 กรัม/ลิตร ตามลำดับ จะเห็นว่าทรอสโทไคตริดส์มีศักยภาพสูงในการเป็นแหล่งกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่อไปth_TH
dc.description.sponsorshipได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากงบประมาณแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ 2551 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาen
dc.language.isothth_TH
dc.publisherคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาth_TH
dc.subjectกรดไขมันดีเอชเอth_TH
dc.subjectกรดไขมันไม่อิ่มตัว - - วิจัยth_TH
dc.subjectจุลินทรีย์ - - วิจัยth_TH
dc.subjectทรอสโทคิทริดส์ - - วิจัยth_TH
dc.subjectสาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยาth_TH
dc.titleความหลากหลายทางชีวภาพและการประยุกต์ใช้ทรอสโทไคตริดส์จากป่าชายเลนเป็นแหล่งกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำth_TH
dc.title.alternativeBiodiversity of thraustochytridds from mangrove forest and its application as the food source of highly unsaturated fatty acids in aquacultureen
dc.typeResearchth_TH
dc.year2552
dc.description.abstractalternativeScreening and isolation of thraustochytrids from fallen senescent leaves of 5 mangrove trees collected from Chachoengsao Province. A total of 687 thraustochytrid isolates were obtained, classified into 2 genera and 3 species, namely, Aurantiochytrium mangrovei (Schizochytrium mangrovei), Aurantiochytrium limacinum (Schizochytrium limacinum) and Ulkenia visurgensis. The dominant species found in this area was A.mangrovei, followed by A.limacinum and Ulkenia visurgensis, respecially. Considering with mangrove trees, Excoeoaria agallocha had the highest frequency of occurrence of thraustochytrids (43 %), followed by Avicennia (39 %), Thespesie populnea (35 %), Rhizophora mucronata (34 %), and Rhizophora apiculata (27 %), respectively. The most abundance of A. mangrovei found in Avicennia marina (53.33 %), while A. limacinum and Ulkenia visurgensis were highest in Rhizophora mucronata (38.33 %), and Rhizophora apiculata (18.33 %), respectively. For the fatty acid composition in thraustochytrids, high levels of DHA (Docosahexaenoic acid) Were found in a. limacinum and A. mangrovei which represented as 0.93-197.02 mg/g dry weight (0-42.44 % of total fatty acid) and 5.12-195.18 mg/g dry weight (2.76-41.14 % of total fatty acid), respectively. ArA (Arachidonic acid) and EPA (eicosapentaenoic acid) was the highest fatty acid found in U. visurgensis as 0-6.93 mg/g dry weight (0-10.48 % of total fatty acids) and 0-2.63 mg/g dry weight (0-3.24 % of total fatty acids), respectively. High levels of DPA (Docosapentaenoic acid) were revealed in A. limacinum and A. mangroei as 0-35.19 mg/g weight (0-9.46 % of total fatty acid) and 0-40.58 mg/g dry weight (0-11.92 % of total fatty acid), repectively. For the biomass of these 3 thraustochytrids, it was showed that the biomass of A. mangrove was 6.05-21.55 g/L, while A. limacinum and U. visurgensis was revealed as 3.83-21.18 g/L, and 6.73-19.86 g/L, respectively. It is indicated that these strains possesses the applicability for the production of polyunsaturated fatty acids in aquacultureen
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:รายงานการวิจัย (Research Reports)

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
ไม่มีแฟ้มใดที่สัมพันธ์กับรายการข้อมูลนี้


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น