กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: http://dspace.lib.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/790
ระเบียนเมทาดาทาแบบเต็ม
ฟิลด์ DC ค่าภาษา
dc.contributor.authorจินตนา วัชรสินธุ์th
dc.contributor.authorมณีรัตน์ ภาคธูปth
dc.contributor.authorทวีลาภ ตั๊นสวัสดิ์th
dc.contributor.authorนฤมล ธีระรังสิกุลth
dc.contributor.authorศิริยุพา สนั่นเรืองศักดิ์th
dc.contributor.authorกมลทิพย์ ด่านชัยth
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยบูรพา. คณะพยาบาลศาสตร์
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยบูรพา. คณะแพทยศาสตร์
dc.date.accessioned2019-03-25T08:53:10Z
dc.date.available2019-03-25T08:53:10Z
dc.date.issued2547
dc.identifier.urihttp://dspace.lib.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/790
dc.description.abstractการศึกษาวิจัยเชิงทำนายครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ ปัญหา ความต้องการ การสนับสนุนทางสังคม สัมพันธภาพในครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างญาติผู้ดูและและผู้ป่วยเด็ก ความรู้สึกเป็นภาระในการดูแล ภาวะสุขภาพ ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง เพื่อทำนายพลังอำนาจของญาติผู้ดูแลเด็กป่วยเรื้อรังที่บ้าน ในเขตภาคตะวันออก กลุ่มตัวอย่างเป็นญาติผู้ดูแลเด็กป่วยเรื้อรังที่บ้าน จำนวน 319 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์ข้อมูลทั่วไปของครอบครัว แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม สัมพันธภาพในครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างญาติผู้ดูแลและผู้ป่วยเด็ก ความรู้สึกเป็นภาระในการดูแล ภาวะสุขภาพ ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ความต้องการของญาติผู้ดูแล และพลังอำนาจของญาติผู้ดูแล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาได้แก่จำนวนร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอ้างอิงด้วยการวิเคราะห์ถดถอย (Multiple Regression) ผลการวิจัยพบว่า เด็กป่วยด้วยโรคเรื้อรังและพิการด้วยโรคหอบหืดมากที่สุด และโรคที่พบรองลงมาคือโรคธาลัสซีเมีย ส่วนใหญ่ผู้ดูแลเป็นมารดาของเด็กป่วย และได้รับการสนับสนุนทางสังคมของครอบครัวอยู่ในระดับมาก มีสัมพันธภาพในครอบครัวอยู่ในระดับดี มีความรู้สึกเป็นภาระในการดูแลอยู่ในระดับน้อย และมีพลังอำนาจอยู่ในระดับสูง ปัจจัยที่สามารถทำนายพลังอำนาจของผู้ดูแลเด็กป่วยเรื้อรังได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คือสัมพันธภาพในครอบครัว ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ดูแลกับผู้ป่วยเด็ก ภาวะสุขภาพของผู้ดูแล และความต้องการของผู้ดูแล และสามารถร่วมกันอธิบายการผันแปรของพลังอำนาจของญาติผู้ดูแลในการดูแลเด็กป่วยเรื้อรังได้ร้อยละ 44.5th_TH
dc.description.sponsorshipโครงการวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสภาวิจัยแห่งชาติen
dc.language.isothth_TH
dc.publisherคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาth_TH
dc.subjectผู้ป่วยเรื้่อรังth_TH
dc.titleสถานการณ์ ปัญหา ความต้องการ และพลังอำนาจของญาติผู้ดูแลเด็กป่วยเรื้อรังที่บ้านth_TH
dc.title.alternativeEvidance, Problems, Needs, and Empowerment in Family Caregiver of Chronically ill Childrenen
dc.typeResearch
dc.year2547
dc.description.abstractalternativeThe primary purpose of this study was to explore evidence, problems, needs and empowerment in family caregiver of chronically ill children. The secondary purpose was to examine the predicted relationship, burden, health status, self-esteem, caregiving needs, and empowerment. The sample of the study consisted of 319 primary family caregivers living in Eastern region of Thailand. The measurements used in this study were questionnaires to measure variable. Descriptive statistics including percentage, mean, standard deviation, and multiple regression analysis were performed for data analysis. The result showed that the first chronic disease in these children was asthmatic bronchitis and the second disease was Thalassemia. Most of family caregiver was family caregivers of chronically ill children had high level of family social support, family relationship, self-esteem, health status, and empowerment while had moderate level of family caregiver-child retionship and caregiving needs, and had low level of burden. The results revealed that family relationship, family caregiver-child relationship, self-esteem, health status, and needs predicted family caregiver’empowerment ,explaning 44.5% of the variance. The findings suggest that intervention programs that increase family relationship, family caregiver-child relationship, self-esteem, health status, and caregiving needs may improve empowerment of family caregivers. Furthermore, the risk and protective factors of family caregivers’ empowerment require exploration.en
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:งานวิจัย

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
ไม่มีแฟ้มใดที่สัมพันธ์กับรายการข้อมูลนี้


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น