กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: http://dspace.lib.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/53
ระเบียนเมทาดาทาแบบเต็ม
ฟิลด์ DC ค่าภาษา
dc.contributor.authorฉันทนา จันทวงศ์
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยบูรพา. คณะพยาบาลศาสตร์
dc.date.accessioned2019-03-25T08:45:44Z
dc.date.available2019-03-25T08:45:44Z
dc.date.issued2546
dc.identifier.urihttp://dspace.lib.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/53
dc.description.abstractการวิจัยเรื่องนี้เป็นการวิจัยสถาบันของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา มีจุดมุ่งหมายเพื่อการติดตามสถานภาพการทำงานของผู้สำเร็จการศึกษารุ่นปีการศึกษา 2546 เพื่อสำรวจความคิดเห็นของผู้สำเร็จการศึกษาต่อหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนและการอำนวยความสะดวกในการเรียนการสอน และเพื่อสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพในการทำงานในทรรศนะของหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานของผู้สำเร็จการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบ่งออกเป็น 3 ชุด คือ ชุดที่ 1 แบบสำรวจสถานภาพการทำงานของผู้สำเร็จการศึกษา ชุดที่ 2 แบบสำรวจความคิดเห็นต่อหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนรวมทั้งการอำนวยความสะดวกในการเรียนการสอน ชุดที่ 3 แบบสอบถามความสามารถและ คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาในการปฏิบัติงาน การเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้สำเร็จการศึกษาใช้การเก็บข้อมูลโดยตรง ในช่วงที่มีการซ้อมรับปริญญาบัตร โดยแจกแบบสอบถามให้แล้วรอรับกลับคืน การเก็บรวบรวมข้อมูลจากหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงาน โดยการส่งทางไปรษณีย์และสอดซองติดแสตมป์ให้ส่งกลับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณาคือการแจกแจงความถี่ และร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า ผู้สำเร็จการศึกษารุ่นปีการศึกษา 2546 ตอบแบบสอบถามร้อยละ 84.1 เป็นแบบสอบถามที่สมบูรณ์ ถูกต้องร้อยละ 84.1 สถานภาพการทำงานภายหลังสำเร็จการศึกษา มีงานทำแล้วก่อนสำเร็จการศึกษา ร้อยละ 92.3 มีผู้ที่ยังไม่ได้ทำงานเพียง 34 คน ภายหลังสำเร็จการศึกษามีงานทำเพิ่มขึ้น 25 คน ยังเหลือผู้ที่ยังไม่ได้ทำงาน 9 คน มหาบัณฑิตที่ทำงานแล้วส่วนใหญ่มีรายได้ระหว่าง 15,001-20,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 25.0 ส่วนใหญ่มีอาชีพรับราชการ ร้อยละ 60.9 รองลงมาเป็นพนักงานเอกชน ร้อยละ 17.0 ได้ทำงานที่ตรงกับสาขาที่จบมา ร้อยละ 71.1 สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับงานที่ทำอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 58.6 ระดับปานกลาง ร้อยละ 32.3 ลักษณะงานที่ทำภายหลังสำเร็จการศึกษาได้ทำงานเดิมในตำแหน่งใหม่ที่สูงขึ้น พบร้อยละ 13.8 และได้ทำงานใหม่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น พบร้อยละ 7.5 จะเห็นได้ว่ามหาบัณฑิตได้ทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น รวมทั้งงานเดิมและงานใหม่ พบร้อยละ 21.3 ความพึงพอใจต่องานที่ทำ พบว่า พึงพอใจ ร้อยละ 76.1 ในการสำรวจความคิดเห็นของผู้สำเร็จการศึกษาทุกสาขาต่อหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการอำนวยความสะดวกในการเรียนการสอน ผลการศึกษาพบว่า ด้านหลักสูตรมีความเหมาะสมในระดับมาก 2 อันดับแรก คือเนื้อหาสาระที่เรียนตรงกับความต้องการของงาน เนื้อหาสาระที่เรียนทันสมัย ผู้สำเร็จการศึกษาส่วนใหญ่เห็นว่ามีความเหมาะสมในระดับมาก 2 อันดับสุดท้าย คือการศึกษาดูงาน/การสร้างเสริมประสบการณ์วิชาชีพ การฝึกในห้องปฏิบัติการ/ ฝึกภาคสนาม ผู้สำเร็จการศึกษาส่วนใหญ่เห็นว่า การจัดการเรียนการสอนมีความเหมาะสมในระดับมาก 2 อันดับแรกคือ การให้คำแนะนำและคำปรึกษาของอาจารย์ผู้สอน ความพร้อมของอาจารย์ผู้สอน มีความเหมาะสมมาก 2 อันดับสุดท้ายคือ ปริมาณอาจารย์ผู้สอน ลำดับวิชาที่เรียน ด้านการควบคุมวิทยานิพนธ์ ผู้สำเร็จการศึกษาส่วนใหญ่เห็นว่า มีความเหมาะสมในระดับมาก 2 อันดับแรกคือ การประเมินผลวิทยานิพนธ์/งานนิพนธ์ ความเหมาะสมของการประสานงานระหว่างอาจารย์มีความเหมาะสมในระดับมาก 2 อันดับสุดท้ายคือ ปริมาณอาจารย์ผุ้ควบคุมวิทยานิพนธ์/งานนิพนธ์ การจัดอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์/งานนิพนธ์ ในประเด็นด้านการอำนวยความสะดวกในการเรียนการสอน มหาบัณฑิตส่วนใหญ่เห็นว่ามีความเหมาะสมในระดับมาก 3 อันดับแรกคือ บริการหอสมุดกลางของมหาวิทยาลัย สภาพทั่วไปของห้องบรรยาย บริการในการลงทะเบียนของหน่วยทะเบียน มีความเหมาะสมในระดับมาก 3 อันดับสุดท้าย ได้แก่ บริการอาหาร บริการห้องปฏิบัตการ บริการห้องคอมพิวเตอร์/เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งผู้สำเร็จการศึกษาได้ให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขด้วย ในการศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาในการทำงานในทรรศนะของหัวงานและเพื่อนร่วมงานของผู้สำเร็จการศึกษา ผลการศึกษาพบว่า ผู้สำเร็จการศึกษามีความสามารถในการปฏิบัติงานโดยภาพรวมภายหลังสำเร็จการศึกษา ส่วนใหญ่มีความสามารถในการปฏิบัติงานในระดับมาก พบร้อยละ 75.0 โดยความสามารถในการปฏิบัติงานเปลี่ยนแปลงไปทิศทางที่ดีขึ้นร้อยละ 82.8 เท่าเดิมร้อยละ 13.8 และแย่ลงร้อยละ 1.9 ความคิดเห็นต่อความสามารถและคุณลักษณะในการปฏิบัติงานรายด้าน หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานของผู้สำเร็จการศึกษามีความเห็นว่า ผู้สำเร็จการศึกษามีความสามารถและคุณลักษณะในระดับมาก 3 อันดับแรก ได้แก่ ความเชื่อมั่นในตนเอง ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม การปรับปรุงตนเองให้มีความก้าวหน้าและความสามารถในการรับรู้สิ่งใหม่ ความสามารถและคุณลักษณะที่จัดอยู่ในกลุ่ม 3 อันดับสุดท้าย ได้แก่ ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ความรู้อย่างกว้างขวางในสาขาวิชาอื่นที่ไม่ใช่สาขาที่จบการศึกษา ในระดับบัณฑิตศึกษา ความสามารถในการใช้อินเตอร์เนต คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะว่า ควรทำการศึกษาความสามารถในการปฏิบัติงานของผู้สำเร็จการศึกษาก่อนเรียนและภายหลังสำเร็จการศึกษาเปรียบเทียบกัน เพื่อจะได้รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในความสามารถ นอกจากนี้ยังได้เสนอแนะให้สาขาวิชา คณะ วิทยาลัย หน่วยงานบริการของ มหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับงานซึ่งได้รับความคิดเห็นของผู้สำเร็จการศึกษา ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง ระดับน้อย และข้อเสนอแนะเพิ่มเติมให้ปรับปรุงแก้ไขได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขต่อไปth_TH
dc.description.sponsorshipได้รับเงินอุดหนุนการวิจัยจากเงินรายได้บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา
dc.language.isothth_TH
dc.publisherคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาth_TH
dc.subjectการทำงานth_TH
dc.subjectกำลังคนระดับบัณฑิตศึกษา - - ไทยth_TH
dc.subjectบัณฑิต - - การจ้างงานth_TH
dc.subjectมหาวิทยาลัยบูรพา. บัณฑิตวิทยาลัย - - บัณฑิตth_TH
dc.subjectสาขาการศึกษาth_TH
dc.titleการติดตามคุณภาพบัณฑิต รุ่นปีการศึกษา 2546th_TH
dc.title.alternativeFollow-up study of 2004 graduates of Burapha Universityen
dc.typeResearch
dc.year2546
dc.description.abstractalternativeThe objectives of this Burapha University Graduate school institution research were to study the employment status of the 2004 graduates; their opinion towards curriculum, teaching and learning management and supporting facilities as well as equipments; and the opinion on work performance as perceived by their superiors and fellow employees. Research instruments included 3 sets of questionnaires. Set 1 was the survey of job status of the graduates; Set 2 was the survey of the graduates' opinion towards curriculum, instruction and supporting facilities and equipments. Set 3, to be answered by the graduates'superior and fellow employees, was a survey on the graduate characters and work performance. Questionnaires were distributed and collected on the same day during 2004 commencement practice at the university. Data from the graduates' supervisor and fellow employees were mail collected. Frequency and percentage were used for the analyses of data 84.1% of graduates return the questionnaires of which 84.1% was completed and thus used for analyses. Further analyses revealed the following: 92.3% was already on the job before entering the graduate studies; out of 34 graduates without job coming into graduates programs, 25 got jobs after graduation, however, 9 were still unemployed; the graduates income was mostly in the bracket of 15,001-20,000 baht/month ; 60.9 % was government employees while 17.0% was employees in private sector;71.1 % of the graduates got a job related to their field of study and were able to apply their knowledge on their job at high (58.6%) and moderate (32.3 %) levels; 13.8% of graduates reported that their job was the same but with higher position after graduation while 7.5 % reported of working in different job with higher job position; this is to say that 21.3% of the graduates had higher job position after graduation and 76.1% of them was satisfy with the job situation. With respect to their opinion towards curriculum, teaching and learning management and supporting facilities and equipments, data revealed that the two best things of the curriculum were job related and up-to-date. The two least appreciation were laboratory/field experience and study visit/practical experience. The management of instruction was most appropriate in two categories, i.e. supervision from the lecturers and readiness of the lecturers. However the twi drawback of the instructional management were that insufficient number of lecturers and the poor sequence of courses planned for a student to take. On the issue of thesis supervision, the process of evaluation of thesis/project and good coordination between supervisors received high scores from the graduates, however,lacking of thesis/project supervision and assignment of supervisors remained be the major weakness of this aspect. In addition the three academic support most appreciated by the graduates were good service at University Main library , good lecture rooms, and good service at the University Registrar office. In views of employers, superiors and follow employees, data indicated the 75% of them saw that the graduate's job performance had improved. In details, 82.8% felt that the graduates had higher ability to do the job while 13.8% and 1.9% felt that the graduates ability was the same and got worst respectively. Furthermore, the same group's opinion on the graduates on the issue of specific job performance indicated that the graduates become more confidence, showing higher personel and civic responsiblites, always kept on moving forward learning new things. However,three major problems still persisted among the graduates were English language skills, general knowledge on other fields of study beside major subject area, and ability to use internet. The research team had suggested that a comparative study on the pre and post graduation should be carried out to find out any change has occurred to graduates to graduates. Suggestions were also delivered to department, facilities/college, various units of the University with low score on the graduate opinion to realize and improve their worksen
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:งานวิจัย

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
แฟ้ม ขนาดรูปแบบ 
2546_004.pdf4.05 MBAdobe PDFดู/เปิด


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น