กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: http://dspace.lib.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/460
ระเบียนเมทาดาทาแบบเต็ม
ฟิลด์ DC ค่าภาษา
dc.contributor.authorเอกนาจ นกเม้า
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยบูรพา. คณะแพทยศาสตร์
dc.date.accessioned2019-03-25T08:51:50Z
dc.date.available2019-03-25T08:51:50Z
dc.date.issued2549
dc.identifier.urihttp://dspace.lib.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/460
dc.description.abstractวัตถุประสงค์ ศึกษาเปรียบเทียบระดับคุณภาพแผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงกับแผ่นนําไฟฟ้าต้นแบบ วิธีดําเนินการวิจัย การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง รูปแบบการทดลองเป็นแบบหนึ่งกลุ่มวัดครั้งเดียว การวิจัยแบ่ง ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ การพัฒนาแผ่นนําไฟฟ้าโดยวิธีการดัดแปลงแผ่นนําไฟฟ้าต้นแบบ(ชนิดใช้แล้ว ทิ้ง) และส่วนที่ 2 เป็นการทดลองประสิทธิภาพแผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงโดยการเปรียบเทียบการใช้แผ่นนําไฟฟ้า ดัดแปลงและแผ่นนําไฟฟ้าต้นแบบจากการใช้งานจริงกับผู้ป่วย ในการดัดแปลงแผ่นนําไฟฟ้าผู้วิจัยใช้ ส่วนประกอบแผ่นนําไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้งที่นํากลับมาใช้ใหม่ (reuse) ได้แก่ หัวกระดุมโลหะเงินผิวด้านล่าง เครือบด้วยซิลเวอร์คลอไรด์ แผ่นฟองน้ําสําหรับใส่ครีมนําไฟฟ้า แผ่นกระดาษมันสําหรับปิดผ้ากาวพร้อมวง พลาสติก ส่วนประกอบที่ต้องเปลี่ยนใหม่คือแผ่นผ้ากาวเหนียวสําหรับยึดติดผิวหนัง สติ๊กเกอร์โพลีไวนิลครอ- ไลด์ ใช้แทนแผ่นสติ๊กเกอร์สําหรับยึดหัวกระดุมโลหะเงิน ครีมนําไฟฟ้าที่มีส่วนผสมกับสารละลาย 0.9% โซเดียมครอไรด์ ตรวจสอบคุณสมบัติทางไฟฟ้าจากการหาค่าความต้านทานแผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงด้วย เครื่อง LCR meter 4284A ตั้งค่า level 1.0 v. ที่ความถี่ 1 kHz. ได้ค่าความต้านทานเฉลี่ยของแผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงเท่ากับ 90.05 โอห์ม ใกล้เคียงกับแผ่นนําไฟฟ้าต้นแบบ 92.77 โอห์ม และทําการศึกษานําร่อง (Pilot study) ในอาสาสมัครร่างกายแข็งแรง ทั้งชายและหญิงจํานวน 10 คน ผลการศึกษาเบื้องต้นอาสาสมัครทั้งหมดไม่มีอาการข้างเคียงจากการใช้แผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลง การบันทึกและวัดค่าส่วนประกอบคลื่นไฟฟ้าหัวใจมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ส่วนการเปรียบเทียบ การใช้แผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงและแผ่นนําไฟฟ้าต้นแบบจากการใช้งานจริงกับผู้ป่วย ผู้วิจัยกําหนดกลุ่มตัวอย่าง เป็นผู้มารับบริการผ่าตัดทั้งแบบนัดผ่าตัดล่วงหน้าและผ่าตัดฉุกเฉินที่ได้รับยาระงับความรู้สึกแบบเฉพาะส่วน และยาสลบทั่วไป ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยบูรพา อายุ 20 ปีขึ้นไป และยินยอมเข้าร่วมการ วิจัย คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จํานวน 35 ราย และมี ASA physical status I-II เฝ้าระวังและบันทึก คลื่นไฟฟ้าหัวใจด้วย lead II หลังได้รับยาระงับความรู้สึกผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการบันทึกคลื่น ไฟฟ้าหัวใจจาก แผ่นนําไฟฟ้าต้นแบบก่อนเพื่อเป็นรูปคลื่นมาตรฐาน แล้วจึงบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจจากแผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลง จากนั้นนํามาเปรียบเทียบกันโดยใช้รูปคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่บันทึกได้จากแผ่นนําไฟฟ้าต้นแบบเป็นรูปคลื่น มาตรฐานมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน ประเมินเฉพาะความเหมือนของส่วนประกอบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 10 ส่วน ได้แก่ P wave, Q wave, R wave, S wave, T wave, U wave, ST segment, PR interval, QRS interval และ QT interval นําข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบระดับ คุณภาพแผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงกับแผ่นนําไฟฟ้าต้นแบบ โดยการใช้สถิติทดสอบ one sample t-test ผลการวิจัย ผลการศึกษาระดับคุณภาพของแผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงพบว่า แผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงมีระดับคุณภาพ อยู่ระหว่าง 8 – 10 ซึ่งส่วนมากร้อยละ 94.29 มีระดับคุณภาพ 9 และ 10 ร้อยละ 5.71 มีระดับคุณภาพ 8 เมื่อวิเคราะห์ตามส่วนประกอบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ พบว่าส่วนประกอบคลื่นไฟฟ้าหัวใจส่วนใหญ่ 8 ส่วน ได้แก่ P wave, Q wave, S wave, U wave, ST segment, PR interval, QRS interval และ QT interval ที่บันทึกจากแผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงและแผ่นนําไฟฟ้าต้นแบบมีขนาด รูปร่าง และทิศทางไม่แตกต่างกัน มี ส่วนประกอบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 2 ส่วนที่มีความแตกต่างกัน ได้แก่ R wave และ T wave ซึ่งพบว่ามีรูปร่างและ ทิศทางเหมือนกัน แต่มีขนาดที่แตกต่างกัน โดยพบว่าความสูงเฉลี่ยของ R wave และ T wave ที่บันทึกจาก แผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงจะต่ํากว่าแผ่นนําไฟฟ้าต้นแบบเล็กน้อย ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างค่าเฉลี่ยระดับ คุณภาพของแผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงกับเกณฑ์คุณภาพที่ยอมรับได้ โดยกําหนดเกณฑ์ระดับคุณภาพที่ยอมรับได้ที่ ระดับ 9 ขึ้นไป พบว่าค่าเฉลี่ยระดับคุณภาพจากแผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงทั้ง 35 ราย มีค่าเท่ากับ 9.37 (SD = 0.59) มากกว่าเกณฑ์ระดับคุณภาพที่ยอมรับได้ที่กําหนดไว้ เมื่อวิเคราะห์ด้วยสถิติทดสอบ one sample t-test พบว่าระดับคุณภาพของแผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงมากกว่าเกณฑ์ระดับคุณภาพที่ยอมรับได้อย่างมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งมีคุณภาพใกล้เคียงกับแผ่นนําไฟฟ้าต้นแบบในกรณีที่นํากลับมาดัดแปลงใช้ ครั้งแรก และสามารถนํามาใช้แทนกันได้ในการเฝ้าระวังคลื่นไฟฟ้าหัวใจผู้ป่วยในขณะผ่าตัด เป็นการหมุนเวียน วัสดุให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดขยะทางการแพทย์และช่วยลดค่าใช้จ่ายให้หน่วยงานได้ ข้อเสนอแนะ 1. หน่วยงานควรส่งเสริมให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเห็นความสําคัญและนําแผ่นนําไฟฟ้ามาใช้งานจริงเนื่องจาก สามารถใช้งานได้เหมือนแผ่นนําไฟฟ้าต้นแบบและมีราคาต้นทุนการดัดแปลงเพียง 3.1 บาท ต่ํากว่าแผ่นนํา ไฟฟ้าต้นแบบที่มีราคา 18.19 บาท ถึง 5.8 เท่า 2. การนําอุปกรณ์หรือวัสดุกลับมาใช้ใหม่ควรคํานึงถึงการปราศจากเชื้ออย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นไปตาม หลักการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาล 3. หน่วยงานควรมีนโยบายในการส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการสร้างและใช้นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ทางการ แพทย์ โดยเฉพาะที่ช่วยในการลดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและหน่วยงานต่อไป 4. ควรมีการศึกษาความเหมาะสมของอายุการเก็บรักษาแผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงโดยที่ยังสามารถใช้งานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ(แสดงคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ชัดเจนตามปกติ) และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแผ่นนําไฟฟ้า ดัดแปลงที่นํากลับมาใช้ใหม่เป็นครั้งแรกและที่นํากลับมาใช้มากกว่า 1 ครั้ง การนําไปใช้ประโยชน์ ผู้ปฏิบัติงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนําแผ่นนําไฟฟ้าดัดแปลงมาใช้กับผู้ป่วยในขณะ ผ่าตัดทดแทนของที่สั่งซื้อจากบริษัท ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับหน่วยงาน ลดขยะมูลฝอยที่เกิดจากการให้บริการ ทางการแพทย์และเป็นแบบบอย่างในการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไปth_TH
dc.description.sponsorshipรายงานวิจัยฉบับนี้ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัย ประเภทงบประมาณเงินรายได้ประจำปี 2549 ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยบูรพาen
dc.language.isothth_TH
dc.publisherคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาth_TH
dc.subjectการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจth_TH
dc.subjectคลื่นไฟฟ้าหัวใจth_TH
dc.subjectสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์th_TH
dc.subjectหัวใจ - - โรค - - การวินิจฉัยth_TH
dc.titleการดัดแปลงแผ่นนำไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้งกลับมาใช้เฝ้าระวังคลื่นไฟฟ้าหัวใจผู้ป่วยในขณะผ่าตัดth_TH
dc.title.alternativeDisposable electrode adaptation for electrocardiogram monitoring in peri-operative patientth_TH
dc.typeResearchth_TH
dc.year2549
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:งานวิจัย

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
ไม่มีแฟ้มใดที่สัมพันธ์กับรายการข้อมูลนี้


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น